กลับหน้าบทความ

อินฟลูฯศึกษา: มหาลัยครีเอเตอร์

influ university 1

รู้หรือไม่ว่า จำนวนอินฟลูเอนเซอร์ในประเทศไทย มากกว่าจำนวนประชากรทั้งประเทศของสิงคโปร์! 

เพราะจากข้อมูลที่ Tellscore เปิดเผย ระบุว่า จำนวนอินฟลูเอนเซอร์ในประเทศไทยมีประมาณ 9 ล้านคน ในขณะที่ประชากรสิงคโปร์ทั้งประเทศมีแค่ 6,470,670 คน 

ข้อมูลจากนีลเซ็นตั้งแต่ปี 2022 ยังเผยให้เห็นว่า ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีจำนวน “อินฟลูเอนเซอร์” มากเป็นอันดับสองของย่านอาเซียน เป็นรองแค่อินโดนีเซีย 

จากตัวเลขเหล่านี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่คำว่า Influencer หรือ KOL (Key Opinion Leader) กลายมาเป็นคำคุ้นหูของคนทั่วไปภายในเวลาไม่ถึงสิบปี

จะด้วยเหตุผลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น การที่ “อินฟลูฯ” ได้รับการยอมรับ รวมถึงมีสิทธิมี “เสียง” ในสังคม ค่าตอบแทนดี ความอิสระบนการทำงาน หรือจะเป็นเพราะตามยุคสมัย มันเลยทำให้ทุกวันนี้ คนจำนวน 1 ใน 7 ของประเทศไทย เป็น influencer และคนอีกไม่น้อย มีความฝันว่าอยากทำ “อาชีพ” นี้

อินฟลูฯ คือ อะไร?

ถ้าเราจะหาความหมายของคำว่า Influencer ว่าหมายถึงอะไร คงไม่ยากนัก 

เพราะถ้าดูจากคำศัพท์ก็มาจากคำว่า Influence ที่แปลว่า “มีอิทธิพล” ต่อท้ายด้วย -er ให้เป็นบุคคล มันเลยแปลง่ายๆ ว่า “ผู้มีอิทธิพล” 

แปลง่ายๆ แต่ในความเป็นจริง เรามักจะต่อท้ายความหมายของมันให้เข้าใจตรงกันว่า Influencer คือ ผู้มีอิทธิพล…ในการชักจูงหรือโน้มน้าวคนอื่นให้เห็นด้วยและคล้อยตามผ่านการบอกหรือทำสิ่งใดของเขา

คำถามสำคัญที่ตามมา และน่าสนใจก็คือ ทำไม Influencers ถึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น? 

โดยเฉพาะกับในประเทศไทย ที่ข้อมูลหลายแห่งชี้ให้เห็นว่า อินฟลูเอนเซอร์ถูกพูดถึงและให้ความสำคัญในแทบทุกวงการ “มากเป็นพิเศษ” 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า พัฒนาการของ Influencer ในประเทศไทย เริ่มก่อตัวขึ้นในเวลาเดียวกับการมาถึงของอินเตอร์เน็ต เริ่มตั้งแต่ยุคแรกของอินเตอร์เน็ตประเทศไทย ผ่านคำว่า “เน็ตไอดอล” ที่ในวันนี้ เราเรียกได้อย่างเต็มปากว่า “อินฟลูเอนเซอร์”

จาก “เน็ตไอดอล” วันนั้น สู่ “อินฟลู” วันนี้

ตัวแม่ของเน็ตไอดอลของไทย หนีไม่พ้น “บอลลูน” พินทุ์สุดา ตันไพเราะห์ และ “เบเบ้” ธันย์ชนก ฤทธินาคา ซึ่งในระยะแรก บุคคลเหล่านี้เริ่มเป็นที่รู้จักจากการถ่ายแบบลงนิตยสารวัยรุ่น รวมถึง Manga Katch (1999) ที่เป็นนิตยสารที่มีส่วนผสมทั้ง การ์ตูน ดนตรี และแฟชั่น ที่มีที่มาจากการปลุกปั้นของ บอยด์ โกสิยพงษ์ จนสร้างความฮือฮา ทำให้เกิดการวัฒนธรรมการ “สแกน” และนำไปลงในเว็บบอร์ดต่างๆ ในยุคนั้น

Ist5zw

MANGA KATCH คือหนึ่งในนิตยสารในตำนานของประเทศไทย
(ภาพจาก https://www.bookpanich.com/product/28385/manga-katch-a-boy-only-magazine-vol-1-november-1999)

สิ่งที่ตามมาคือ การแพร่กระจายความนิยมผ่านการบอกต่อของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ซึ่งในปัจจุบันเราเรียกสิ่งนี้ว่า “ไวรัล” และ “เวิร์ดออฟเมาท์” 

และนั่นกลายเป็นที่มาของคำว่า “(อินเตอร์)เน็ตไอดอล” หรือไอดอลที่เกิดมาจากอินเตอร์เน็ตนั่นเอง

เวลาผ่านมาไม่นาน พัฒนาการโครงสร้างพื้นฐานทางอินเตอร์เน็ตเริ่มดีขึ้น (และเร็วขึ้น) จากเน็ต 56K เริ่มมาสู่สาย LAN และเริ่มเกิดเว็บไซต์ประเภทเครือข่ายสังคมในยุคแรกขึ้นมา ซึ่งในไทยนั้น เจ้าแรกๆ ที่เข้ามาสร้างความนิยมก็คือ Hi5 ก็เริ่มจุดชนวน การสร้างตัวตนผ่านพื้นที่สื่อสังคม ได้เร็วและแรงขึ้น เพราะใครจะรู้ว่า แค่ภาพที่ถ่ายกับเพื่อนเล่นๆ ที่โพสต์ลงบน Hi5 จะถูกคนนำมาเซฟและโพสต์ลงในเว็บบอร์ด กระทั่งส่งต่อกันผ่าน ICQ และ MSN ทำให้ เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ กลายมาเป็นที่รู้จักในฐานะ เน็ตไอดอล ต่อยอดสู่การประกวด U-tip จนกลายเป็นนักแสดงชั้นนำของบ้านเรา 

W1200

เต้ย จรินทร์พร หนึ่งในดาราที่พัฒนามาจากการเป็นเน็ตไอดอลสู่ดาราและอินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำ
(ภาพจาก https://today.line.me/th/v3/article/mWE5yYW)

หมุดหมายเหล่านี้ล้วนเป็นหมุดและจุดเริ่มที่น่าสนใจสำหรับการกำเนิดของ อินฟลูเอนเซอร์ ในประเทศไทย และเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ต้องมี “อินฟลูฯศึกษา”

พื้นที่นี้จะพาไปสำรวจหลายแง่มุมของ Influencer ทั้งโลกจริงโลกเสมือน จากลำเค็ญสู่ล้านฟอลฯ ผลกระทบของการสื่อสารการตลาด คุณค่าและความเชื่อใหม่ๆ มาจนถึงอิทธิพลต่อเด็กและเยาวชน อัลกอริทึมต่างๆ ที่ทั้งสร้างและดับอินฟลูฯ ผ่านกรณีศึกษาและบุคคลต่างๆ 

เชิญชวนผู้อ่านร่วมเดินทางครับ

กลับหน้าบทความ